การเชื่อมต่อ Raspberry Pi เข้ากับระบบเครือข่าย


บทความนี้จะแนะนำวิธีการต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อ Raspberry Pi เข้ากับระบบเครือข่ายเพื่อให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ โดยแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียเหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป

1. ต่อผ่านสาย LAN

หากจุดที่จะใช้งาน Raspberry Pi มีระบบเครือข่ายผ่านทางสาย LAN (หรือ Ethernet แล้วแต่จะเรียก) อยู่แล้วก็สามารถเสียบสายเข้ากับพอร์ท LAN ของ Raspberry Pi แล้วใช้งานได้ทันที ระบบปฏิบัติการ Raspbian จะตั้งค่ามาตรฐานให้ Raspberry Pi กำหนดค่าที่จำเป็นต่างๆ เองอัตโนมัติ (เป็น DHCP Client)

2. ต่อผ่าน Wifi

ปัจจุบัน Wifi เป็นทางเลือกในการต่ออินเตอร์เน็ตที่ได้รับความนิยม แม้ตัว Raspberry Pi เองจะไม่มี Wifi มาให้ในตัว แต่ก็สามารถซื้ออุปกรณ์ Wifi แบบ USB เพิ่มเติมได้ในราคาที่ไม่แพง โดยเมื่อเสียบอุปกรณ์แล้ว ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ผ่านทางโปรแกรม “Wifi Config” ซึ่งเรียกใช้งานได้ผ่านทาง Desktop

pi_wifi_config

วิธีการใช้โปรแกรม Wifi Config จะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ แต่หลักการทำงานโดยรวมคือโปรแกรมนี้คือจะอนุญาติให้เราเลือกเครือข่าย Wifi ที่จะเชื่อมต่อ รวมทั้งใส่รหัสผ่านด้วยสำหรับเครือข่ายที่ต้องใช้รหัส

ข้อแนะนำ

  • เลือก USB Wifi ที่เข้ากันได้กับ Raspberry Pi –  ก่อนที่จะซื้อ USB Wifi ควรศึกษาดูก่อนว่าอุปกรณ์รุ่นนั้นใช้ได้กับ Raspberry Pi หรือไม่ โดยรายการของอุปกรณ์ Wifi ที่ใช้ได้นั้นเข้าดูได้จากที่นี่ รุ่นที่บทความนี้ใช้คือ Tenda W311 มีขนาดเล็ก ราคาถูก
  • ลองรีเซ็ท Wifi หากการเชื่อมต่อมีปัญหา – จากการใช้งานจริง การเชื่อมต่อผ่านทาง Wifi จะมีปัญหาบ้าง โดยอาจต่อไม่ติด หรือต่อแล้วติดๆ ดับๆ ในกรณีนี้อาจลองรีเซ็ท Wifi โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้จาก Terminalsudo ifdown wlan0
    sudo ifup wlan0

3.การเชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์ Notebook

วิธีนี้ Raspberry Pi จะต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทางสาย LAN ที่เชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์ Notebook ที่ต่อ Wifi อยู่  กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ Raspberry Pi จะขอเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านทาง Notebook นั่นเอง

วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ Raspberry Pi ไม่มีอุปกรณ์ Wifi หรือต่อ Wifi ไม่ติด แต่มี notebook ที่ต่อ Wifi อยู่

สำหรับคนที่ใช้ Raspberry Pi จากค่าย iTim 5 จะมีขั้นตอนเพิ่มเติมดังนี้

ให้เข้าโปรแกรม Terminal บน Raspberry Pi แล้วพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้

cd /etc/network/
sudo cp interfaces.default interfaces

แล้วก็ boot เครื่องใหม่

วิธีต่อไปนี้ใช้งานได้กับ Notebook ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista, 7, 8

  1. เชื่อมต่อ Notebook เข้าระบบอินเตอร์เน็ตผ่านทาง Wifi และทดสอบว่าใช้งานได้
  2. เสียบสาย LAN เชื่อมต่อ Notebook กับ Raspberry Pi
  3. บน Notebook ให้คลิกขวาที่สัญญาลักษณ์สัญญาณ Wifi ใน Task bar ด้านล่างขวาของจอภาพ แล้วเลือก “Open Network and Sharing Center”
  4. เลือก “Change Adapter Settings” บริเวณบนซ้ายของจอภาพ
  5. ในหน้าจอที่ปรากฏขึ้นให้คลิกขวาที่ icon ของอุปกรณ์ Wifi  แล้วเลือกเมนู “Properties”
  6. ในหน้าจอที่ปรากฏขึ้นให้คลิกที่ Tab ชื่อ “Sharing”
  7. ทำเครื่องหมายถูกเลือก check box ทั้งสองดังภาพ
    connection sharing

  8. ในช่อง “Home Networking Connection” ให้เลือกอุปกรณ์ที่ต่อกับสาย LAN ซึ่งมักจะมีชื่อว่า “Local Area Connection”
  9. คลิกปุ่ม “Settings” แล้วเลือกบริการที่อนุญาติให้ Raspberry Pi ใช้งานได้ ดังภาพnetwork sharing connection

    .
    บริการขั้นต่ำที่ควรอนุญาติคือ HTTP, HTTPS, Remote Desktop แต่หากจะอนุญาติเพิ่มก็แล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้

เมื่อกำหนดค่าสำเร็จแล้ว Raspberry Pi จะสามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตผ่านทาง Notebook ได้ทันที

 ข้อแนะนำ

  • หากระบบเครือข่ายบังคับให้ผู้ใช้ Login ก่อนการใช้งาน เช่น มีระบบ Web Authentication ในกรณีนี้อาจต้องป้อนข้อมูลผู้ใช้และรหัส ผ่านทาง Browser บน Raspberry Pi ด้วย
  • เมื่อใช้วิธีนี้จะทำให้ Notebook ใช้งานพอร์ท LAN เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ได้ จะต้องยกเลิกสิ่งที่กำหนดไว้ตามขั้นตอนที่อธิบายไปก่อน
  • หากต้องการใช้ Remote Desktop เข้าไปที่ Raspberry Pi, ข้อมูลที่ต้องมีคือหมายเลข IP ของ Raspberry Pi ซึ่งข้อมูลนี้จะต้องใช้เครื่องมือช่วยหา เช่น IP Ping Tool โดยเลข IP นี้จะขึ้นต้นด้วย 192.168.137 เสมอ

 4. ต่อผ่าน USB AirCard

อ่านบทความ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยใช้ AirCard