Pi-Topping 2.5B


จากปัญหาด้าน Hardware ของ Pi-Topping 2.0D คือ

– การติดต่อระหว่าง Pi-Topping กับ Raspberry Pi มีปัญหา
– Infrared ใช้งานไม่ได้ เนื่องจาก ขา Infrared สลับกัน
– Analog sensor ค่าไม่นิ่ง

เมื่อได้ทำการแก้ไข ข้างต้นแล้ว จึงได้พัฒนา Pi-Topping 2.5B ออกมา

2013-08-30 13.05.47
Pi-Topping 2.5B

IMG_20130729_193316
ภาพการผลิต Pi-Topping 2.5B

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก Pi-Topping 2.0D สู่ Pi-Topping 2.5B

– เพิ่ม Pull up ขา Rx (UART) ด้วย R 3.3k เพื่อให้ Pi-Topping สามารถติดต่อกับ Raspberry Pi ได้
– สลับขา Infrared ให้ถูกต้อง
– ต่อ MCU ขา AVdd AVss กับ GND กับ +3.3V เพื่อให้ Analog input ค่าคงที่
– เปลี่ยน Sensor port และ Motor Port เป็น แบบ Wafer Connector
(Wafer 4pin สำหรับ Sensor port, Wafer 2pin สำหรับ DC Motor port)
– ตัด LED ที่  MCLR ออก เพื่อลดอุปกรณ์
– เพิ่มจุดเชื่อม Battery สำหรับใช้งาน DC Motor
– เพิ่มจุดเลือก Vout สำหรับสามารถใช้ Jumper เลือกได้ว่า จะให้ DC Motor รับพลังงานจาก Vin หรือ +5V
(Vin : พลังงานจาก Battery)
– เพิ่ม LED แสดงสถานะ เมื่อ Pi-Topping 2.5B เปิดอยู่
– ตัด Resistor Network ออก เพื่อให้สามารถใช้ Sensor ได้หลากหลาย (Sensorแต่ละชนิด Pull upไม่เท่ากัน)

 

2013-08-03 20.03.31ภาพ Pi-Topping 2.5B ต่อกับ IR Sensor

2013-08-29 17.55.15
ซ้าย Pi-Topping 2.0D – ขวา Pi-Topping 2.5B

2013-08-29 17.56.08
ซ้าย Pi-Topping 1.0 – กลาง Pi-Topping 2.0D – ขวา Pi-Topping 2.5B

และเนื่องจากได้มีการเปลี่ยน Connector ของ Sensor port และ DC Motor port จากแบบธรรมดา
มาเป็น Connector แบบ Wafer connector จึงต้องมีการวิจัยและพัฒนา ออกแบบ ชุด Sensor แบบใหม่
เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน Wafer Connector โดยใช้ชื่อว่า Wafer sensor set

2013-08-09 11.21.06
Wafer Sensor Set

Pi-Toppoing 2.5B ใช้งานครั้งแรก ในงาน i-Tim5  8-10 สิงหาคม 2556
(โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ครั้งที่ 5)

#Attapan

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *